สมาชิกเท่านั้นถึงจะมองเห็นเนื้อหาอย่างสมบูรณ์

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครสมาชิก

×

56210710-91da-407d-8484-0bfd5b9f05ea.webp ต้อเนื้อ หรือ Pterygium เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุตาขาวที่ค่อย ๆ ยื่นเข้าไปบนกระจกตา มักพบบริเวณหัวตาและมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม สีอาจเป็นสีขาว ชมพู หรือแดงตามระดับการอักเสบและเส้นเลือดที่อยู่ในเนื้อเยื่อ หากมีขนาดเล็กอาจแทบไม่มีอาการ แต่เมื่อโตขึ้นอาจทำให้ระคายเคือง ตาแดง น้ำตาไหล หรือส่งผลต่อการมองเห็นได้

ต้อเนื้อเกิดจากอะไร?สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเกิดต้อเนื้อมากที่สุดคือ การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหรือใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ เช่น ทำงานกลางแจ้ง เล่นกีฬา หรืออยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดจัดเป็นเวลานาน รังสี UV อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณผิวดวงตาเกิดการเปลี่ยนแปลงและระคายเคืองเรื้อรัง จนเกิดเป็นต้อเนื้อได้
ปัจจัยอื่นที่อาจกระตุ้นอาการ ได้แก่ ลม ฝุ่น ควัน อากาศแห้ง และสภาพแวดล้อมที่ทำให้ดวงตาระคายเคืองบ่อย ๆ จึงมักพบต้อเนื้อได้ในคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแดดแรงและมีอากาศแห้ง

อาการต้อเนื้อที่สังเกตได้ในระยะแรก ต้อเนื้ออาจไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติชัดเจน หลายคนจึงสังเกตเห็นจากการมีเนื้อสีขาวหรือแดงบริเวณตาขาวมากกว่าความรู้สึกผิดปกติของดวงตา
เมื่อเกิดการอักเสบหรือเนื้อเยื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจพบอาการ เช่น
  • ตาแดงหรือมีเส้นเลือดบริเวณตาขาวมากขึ้น
  • แสบตาและระคายเคือง
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา
  • น้ำตาไหล
  • ตาแห้งหรือไม่สบายตา
  • มองเห็นไม่ชัดในบางช่วง
หากต้อเนื้อยื่นเข้าสู่บริเวณกระจกตามากขึ้น อาจทำให้รูปร่างของกระจกตาเปลี่ยนและเกิดสายตาเอียง ส่งผลให้การมองเห็นลดลงได้

ต้อเนื้อกับต้อลม ต่างกันอย่างไร?ต้อเนื้อและต้อลมเป็นภาวะที่เกิดบริเวณเยื่อบุตาและมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับแสงแดดและรังสี UV เหมือนกัน แต่ลักษณะของเนื้อเยื่อแตกต่างกัน
ต้อลม (Pinguecula) มักมีลักษณะเป็นก้อนหรือปื้นสีเหลืองบริเวณตาขาว และไม่ได้ยื่นเข้าไปบนกระจกตา ส่วน ต้อเนื้อ (Pterygium) จะมีเนื้อเยื่อเป็นรูปสามเหลี่ยมและค่อย ๆ ยื่นจากตาขาวเข้าสู่กระจกตา หากมีการลุกลามมากขึ้นก็มีโอกาสรบกวนการมองเห็นได้

ต้อเนื้อรักษาอย่างไร?หากต้อเนื้อมีขนาดเล็กและไม่ได้รบกวนการมองเห็น แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการเป็นระยะ พร้อมดูแลไม่ให้ดวงตาแห้งหรือระคายเคืองมากเกินไป น้ำตาเทียมอาจใช้บรรเทาอาการแสบตาและระคายเคืองได้ ส่วนกรณีที่มีการอักเสบ แพทย์อาจพิจารณายาหยอดตาตามความเหมาะสม
หากต้อเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ รบกวนการมองเห็น ทำให้เกิดสายตาเอียง มีอาการระคายเคืองต่อเนื่อง หรือยื่นเข้าใกล้บริเวณกึ่งกลางกระจกตา แพทย์อาจพิจารณา ผ่าตัดต้อเนื้อ เพื่อเอาเนื้อเยื่อส่วนที่ผิดปกติออก การผ่าตัดมักใช้ร่วมกับการนำเนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุตามาปิดบริเวณที่ผ่าตัด เพื่อลดโอกาสที่ต้อเนื้อจะกลับมาเป็นซ้ำ

ป้องกันต้อเนื้อได้อย่างไร?แม้จะไม่สามารถป้องกันต้อเนื้อได้ทั้งหมด แต่การลดการสัมผัสรังสี UV และสิ่งที่ทำให้ดวงตาระคายเคืองเป็นประจำถือเป็นวิธีที่ควรทำ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง ควรสวมแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV และอาจใช้หมวกปีกกว้างร่วมด้วย เพื่อช่วยลดแสงแดดที่เข้าสู่ดวงตา
หากพบเนื้อผิดปกติบริเวณตาขาว ตาแดงเรื้อรัง หรือเริ่มรู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรตรวจตากับจักษุแพทย์เพื่อประเมินขนาดและตำแหน่งของต้อเนื้อ เพราะการดูแลตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโรคได้เหมาะสม และวางแผนการรักษาได้ก่อนที่ต้อเนื้อจะรบกวนการมองเห็นมากขึ้น
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

Copyright © 2011-2026 Kulasang.net. All Rights Reserved.