ซูชิ (โดยเฉพาะซาซิมิหรือปลาดิบ) กินดิบได้ เพราะ:
- ส่วนใหญ่ใช้ปลาทะเลคุณภาพสูง (sushi-grade) ที่จับสด ๆ แล้วแช่แข็งทันทีที่อุณหภูมิต่ำมาก (เช่น -20°C นานหลายวัน หรือ -35°C) เพื่อฆ่าพยาธิและปรสิต เช่น พยาธิอะนิซาคิส ที่อาจมีในปลา
- ปลาทะเลโดยธรรมชาติมีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียและพยาธิน้อยกว่าสัตว์บก (โดยเฉพาะน้ำจืด) เพราะสภาพแวดล้อมและวิธีการเลี้ยง/จับ
- ญี่ปุ่นมีมาตรฐานเข้มงวดเรื่องความสดและการแช่แข็ง ทำให้เสี่ยงต่ำ ถ้ากินในร้านดี ๆ
ส่วนซอยจุ๊ (เมนูอีสาน: เนื้อวัวและเครื่องในอย่างตับ สไบนาง เลือด ฯลฯ หั่นดิบ จิ้มแจ่วขม) กินดิบแล้วเสี่ยงกว่าเพราะ:
- เนื้อวัวและเครื่องในสัตว์บก (โดยเฉพาะวัว) มีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียสูงมาก เช่น E. coli, Salmonella, Listeria หรือพยาธิตัวตืด ตัวจี๊ด ฯลฯ เพราะวัวกินหญ้า เดินดิน ฆ่าที่โรงเชือดอาจไม่สะอาด 100% และเครื่องใน (ตับ ไส้) เป็นจุดสะสมเชื้อโรคและพยาธิ
- ไม่มีมาตรฐาน "raw-grade" แบบซูชิทั่วไป ถ้าเนื้อไม่สดจริง ๆ หรือมาจากวัวที่ไม่แข็งแรง เสี่ยงท้องเสีย ติดเชื้อ หรือพยาธิ (เคยมีข่าวคนกินแล้วพยาธิโผล่ปาก-จมูกด้วย)
- แจ่วขมช่วยตัดคาวและฆ่าเชื้อได้นิดหน่อย (จากความเป็นกรด/เค็ม) แต่ไม่พอฆ่าเชื้อโรคทั้งหมดเหมือนการสุกหรือแช่แข็งแบบโปร
สรุปง่าย ๆ: ไม่ใช่ทุกอย่างที่ "ดิบ" จะกินได้เท่ากัน
มันขึ้นกับ ชนิดของสัตว์ (ทะเล vs บก), ส่วนที่กิน (เนื้อ vs เครื่องใน), วิธีเลี้ยง/จับ/แช่แข็ง, และมาตรฐานความสะอาด
ซูชิ = ปลาทะเลที่ควบคุมดี → เสี่ยงต่ำ
ซอยจุ๊ = เนื้อวัว+เครื่องในที่เสี่ยงสูงกว่า → กินแล้วอาจเจอปัญหา (โดยเฉพาะคนที่ไม่ชินหรือภูมิคุ้มกันไม่ดี)
คนอีสานกินกันมานานเพราะวัฒนธรรม + เนื้อสดจากวัวเลี้ยงเอง แต่ในยุคนี้หลายคนแนะนำให้ลวกสุกนิดนึง หรือเลือกกินจากร้านที่เชื่อถือได้ ถ้าอยากลองซอยจุ๊แบบ "ปลอดภัยกว่า" บางร้านก็มีเวอร์ชันลวกหรือ "ซูชิอีสาน" (หั่นบาง ๆ พันผัก) มาให้ด้วย