happymoment 5 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูคำตอบทั้งหมด | โหมดอ่าน

การเติบโตของเด็กคนหนึ่งเปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ไม่มีแผนที่ตายตัว ในทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นก้าวเล็กๆ ในวัยหัดเดิน หรือก้าวย่างที่ยิ่งใหญ่ในวัยผู้ใหญ่ ล้วนต้องการ "ความใส่ใจ" จากพ่อแม่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ความใส่ใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการประคับประคองไม่ให้เขาล้มลงเลยแม้ครั้งเดียว แต่หมายถึงการเป็น "ลมใต้ปีก" ที่พร้อมจะสนับสนุน รับฟัง และเข้าใจในทุกจังหวะชีวิต เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ในขวบปีแรกๆ ของชีวิต ทุกสิ่งรอบตัวคือความแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น อย่างการเสริม growth plate ที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต การที่พ่อแม่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น แววตาที่เขาสื่อสาร ท่าทางที่เขาพยายามจะสื่อความหมาย หรือการให้กำลังใจในวันที่เขาเริ่มตั้งไข่ สิ่งเหล่านี้คือการสร้าง "ความผูกพันที่มั่นคง" เมื่อเด็กรับรู้ว่ามีใครคนหนึ่งคอยเฝ้ามองและพร้อมจะโอบกอดเขาอยู่เสมอ เขาจะมีความกล้าที่จะออกไปสำรวจโลกกว้าง ความมั่นใจในตัวเอง ของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นจากความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่เกิดจากความใส่ใจสะสมในทุกๆ วันที่พ่อแม่แสดงให้เห็นว่าเขาสำคัญและมีตัวตน

เมื่อลูกก้าวเข้าสู่สังคมที่กว้างขึ้น ความท้าทายก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การใส่ใจในย่างก้าวช่วงนี้ไม่ใช่การบงการให้เขาเดินตามเส้นทางที่เราขีดไว้ แต่คือการ "สังเกต" และ "รับฟัง" พ่อแม่ควรใส่ใจว่าลูกมีความสุขกับอะไร อะไรคือสิ่งที่ทำให้เขากังวลใจ การที่พ่อแม่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพร้อมจะนั่งลงคุยกับเขาด้วยความเข้าใจ จะช่วยให้เด็กมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ (EQ) ที่ดีขึ้น เขาจะเรียนรู้ว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่เป็นเพียงจังหวะหนึ่งที่ต้องก้าวผ่าน และเขารู้ว่ายามที่เขาก้าวพลาด จะมีอ้อมกอดของครอบครัวที่เป็น "เซฟโซน" ให้เขาได้พักพิงเสมอ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ย่างก้าวของลูกอาจดูรวดเร็วและเป็นอิสระมากขึ้น จนบางครั้งพ่อแม่อาจรู้สึกห่างเหิน แต่ความจริงแล้ว ความใส่ใจในวัยนี้คือ "การให้พื้นที่" ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังอย่างห่วงใย การใส่ใจในความฝัน ความเชื่อ และมุมมองที่แตกต่างของลูก จะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นแทนการบังคับ การที่พ่อแม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกสนใจ จะทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีค่าและมีความสามารถ ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสำคัญจากปัญหาสังคมต่างๆ ในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ลูกจะโหยหามากที่สุดไม่ใช่ของเล่นราคาแพงหรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือ "เวลา" และ "ความใส่ใจที่แท้จริง" จากพ่อแม่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมเล็กๆ เช่น การทานข้าวพร้อมหน้า การอ่านนิทานก่อนนอน หรือการเดินเล่นในสวนสาธารณะ คือการถักทอความทรงจำที่สวยงาม ซึ่งจะเป็นต้นทุนทางจิตใจที่แข็งแกร่งเมื่อเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคในอนาคต การใส่ใจในทุกย่างก้าวของชีวิตลูก ไม่ใช่การเดินนำหน้าเพื่อถางทางให้เตียน แต่คือการเดินเคียงข้างเพื่อมอบพลังงานบวก เมื่อลูกเติบโตขึ้นไปและมองย้อนกลับมา เขาจะพบว่าทุกก้าวที่เขามั่นคงนั้น มีรากฐานมาจากความรักและความใส่ใจที่พ่อแม่มอบให้ตั้งแต่วันแรกที่เขาลืมตาดูโลก และนั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเป็นพ่อแม่ ที่ได้เห็นลูกก้าวเดินไปในโลกใบนี้ด้วยความภาคภูมิใจและมีความสุขอย่างยั่งยืน

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครสมาชิก

×
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

Copyright © 2011-2026 Kulasang.net. All Rights Reserved.