รอยยิ้มที่สดใสและฟันที่แข็งแรงเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะฟันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ช่วยในการบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อระบบย่อยอาหารที่ดีเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และการออกเสียงที่ชัดเจน หลายคนอาจเข้าใจว่าการมีสุขภาพฟันที่ดีขึ้นอยู่กับพันธุกรรมหรือการพบทันตแพทย์ที่คลินิกทำฟัน รังสิตเป็นประจำเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว รากฐานที่สำคัญที่สุดของสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์เริ่มต้นจากกิจวัตรประจำวันที่เราทำกันอยู่ทุกวัน นั่นคือ "การแปรงฟันที่ถูกต้อง" ปัญหาทางทันตกรรมส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ หรือกลิ่นปาก มักมีสาเหตุมาจากคราบจุลินทรีย์หรือ "พลัค" ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มแบคทีเรียที่เกาะอยู่ตามผิวฟัน หากเราแปรงฟันไม่ถูกวิธี คราบเหล่านี้จะไม่ถูกขจัดออกไปและจะสะสมจนแข็งตัวกลายเป็นหินปูน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำลายเนื้อฟันและเนื้อเยื่อเหงือก ดังนั้นการเรียนรู้เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกต้องจึงเป็นทักษะชีวิตที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ขั้นตอนแรกของการแปรงฟันที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นที่การเลือกอุปกรณ์ เราควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม เพื่อป้องกันการสึกกร่อนของคอฟันและการระคายเคืองต่อเหงือก ร่วมกับการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 1,000-1,500 ppm) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของสารเคลือบฟันและป้องกันฟันผุ เทคนิคการแปรงฟันที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำคือ วิธีของเบส โดยวางขนแปรงทำมุม 45 องศากับรอยต่อระหว่างเหงือกและฟัน ขยับแปรงเบาๆ ในลักษณะสั่นสั้นๆ หรือวนเป็นวงกลมเล็กๆ เพื่อให้ขนแปรงเข้าไปทำความสะอาดบริเวณร่องเหงือก ซึ่งเป็นจุดที่คราบพลัคสะสมมากที่สุด จากนั้นจึงปัดขนแปรงไปยังปลายฟัน การทำเช่นนี้ต้องครอบคลุมทุกด้านของฟัน ทั้งด้านนอกที่ติดกับกระพุ้งแก้ม ด้านในที่ติดกับลิ้น และด้านบดเคี้ยว สิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักลืมคือ "ระยะเวลา" การแปรงฟันที่รีบร้อนเกินไปจะไม่สามารถขจัดคราบได้ทั่วถึง เราควรใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาทีในการแปรงให้ครบทุกซี่ นอกเหนือจากตัวฟันแล้ว "ลิ้น" ก็เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก การแปรงลิ้นเบาๆ จากโคนไปสู่ปลายจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแปรงฟันที่สมบูรณ์ หลังจากแปรงฟันเสร็จแล้ว ควรบ้วนน้ำเพียงเล็กน้อยหรืออาจไม่บ้วนเลยเพื่อให้ฟลูออไรด์คงค้างอยู่บนผิวฟันนานที่สุดเพื่อการปกป้องที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การแปรงฟันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำความสะอาดซอกฟันที่ชิดกันได้ 100% การใช้ไหมขัดฟัน หรือแปรงซอกฟันจึงเป็นขั้นตอนที่ต้องทำควบคู่กันไปอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง เพื่อขจัดเศษอาหารและแบคทีเรียในจุดที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้แปรงฟันอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง (เช้าและก่อนนอน) อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมหาศาล เพราะการมีสุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร
|