Kanta 1 ชั่วโมงที่แล้ว | ดูคำตอบทั้งหมด | โหมดอ่าน
กลยุทธ์สำคัญที่ผู้มีเงินได้มองหาคือ "การวางแผนลดหย่อนภาษี" และเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังและตอบโจทย์ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือ "ประกัน" ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี หรือ ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี ก็ล้วนมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระภาษี พร้อมไปกับการสร้างความมั่นคงในชีวิต

เจาะลึกประเภทประกันที่ลดหย่อนภาษีได้

การนำเบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีและเบี้ยประกันสุขภาพไปใช้สิทธิ์นั้น มีหลักเกณฑ์และวงเงินที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันภัย ดังนี้

1. ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี (สำหรับตนเอง)

หลักสำคัญคือ ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี ได้สูงสุด 100,000 บาท
โดยมีเงื่อนไขดังนี้:

1.กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
2.ต้องมีการจ่ายผลประโยชน์คืนในอัตราที่กำหนด (สำหรับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์) หรือไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ในกรณีที่เป็นประกันชีวิต
แบบชั่วระยะเวลา (Term Life)
3.ต้องมีการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป (สำหรับการนับวงเงิน)

ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life), ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life), หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment) หากเข้าเงื่อนไขข้างต้น ก็สามารถนำ เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี ได้เต็มวงเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

2. ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี (สำหรับตนเอง)

สำหรับหมวด ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี นั้น สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่เราจ่ายไปหักลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตในข้อ 1 แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
สิ่งที่นับเป็นเบี้ยประกันสุขภาพ ได้แก่:

1. ค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
2. ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการทางการแพทย์
3. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่แนบเพิ่มเติมกับประกันชีวิต เช่น ประกันโรคร้ายแรง, ประกันอุบัติเหตุ, ประกันทุพพลภาพ
4. ค่าคลอดบุตร

การวางแผนทำประกันสุขภาพควบคู่ไปกับประกันชีวิต จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองด้านสุขภาพแล้ว ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีก

3. ประกันชีวิตแบบบำนาญ
ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการวางแผนการเงินหลังเกษียณ
สามารถนำเบี้ยประกันบำนาญไปลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
เมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ประกันบำนาญเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างหลักประกันรายได้ในวัยเกษียณ พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีที่ค่อนข้างสูง

4. ประกันสุขภาพบิดามารดา
สำหรับใครที่มีบิดามารดาที่ไม่มีเงินได้ สามารถซื้อประกันให้พ่อแม่หรือมีเงินได้แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายให้บิดามารดาไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 15,000 บาทต่อคน (รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท) โดยมีเงื่อนไข:

1. บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
2. บิดามารดาต้องอยู่ในความอุปการะ
3. ต้องเป็นบิดามารดาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย
4. ต้องมีเอกสารยืนยันความสัมพันธ์และยืนยันการชำระเบี้ยประกัน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยและการวางแผนการเงินเพื่อวางแผนลดหย่อนภาษีพร้อมสร้างหลักประกันชีวิตได้อย่างมั่นใจและเต็มประสิทธิภาพสูงสุด

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา สมัครสมาชิก

×
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

Copyright © 2011-2026 Kulasang.net. All Rights Reserved.