บล็อก

3 จุดเชคอินในกรุงสุดไอคอนิก ที่ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์เอาไว้ให้โลกจำ!

เข้าชม/อ่าน 63 ครั้ง2022-7-12 12:18 |เลือกหมวดหมู่:ท่องเที่ยวไทย|หมวดหมู่ของระบบ:วัยรุ่นเซ็ง| ท่องเที่ยวไทย

หากพูดถึงกรุงเทพ หลายคนคงต้องนึกถึงเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล รายล้อมด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ ตึกระฟ้ามากเป็นอันดับ 6 ของโลก รวมถึงสวรรค์แห่งความบันเทิงอย่างครบครัน แต่ในอีกมุมนึงกรุงเทพได้ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายกว่าจะมาเป็นเมืองหลวงจุดหมายปลายทางของทั้งคนไทยทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก กว่า 240 ปี (พ.ศ.2565) ที่กรุงเทพได้เป็นศูนย์กลางการปกครอง การเงิน การศึกษา และการค้า เพราะเป็นพื้นที่ทำเลทองที่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่สามารถติดต่อค้าขายได้อย่างสะดวกสบายตั้งแต่อดีต พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สำหรับการเพาะปลูก และทรงคุณค่าด้วยวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นที่สืบต่อกันรุ่นสู่รุ่น สถานที่หลายแห่งยังคงบอกเล่าเรื่องราวของมหานครเทพสร้างนี้ได้เป็นอย่างดี บทความนี้เราได้รวม 3 จุดเชคอินสุดไอคอนิกในกรุงเทพที่จารึกประวัติศาสตร์ให้โลกได้จำ

1.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สัญลักษณ์การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่กษัตริย์เป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดสูงสุดในการดูแลความสงบของประเทศ มาเป็นแบบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการปกครองและประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจการปกครองสูงสุด(อธิปไตย) โดยประชาชนจะเป็นผู้เลือกตัวแทนที่เข้ามาปกครองผ่านการเลือกตั้ง อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่กลางวงเวียนถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนดินสอ ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 8 พ.ศ.2482 สถาปัตยกรรมเบื้องหลังของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแห่งนี้ทุกตารางนิ้วล้วนมีความหมาย 

  • ตัวป้อมถูกตั้งบนลานกลางวงเวียน มีประตู 6 ฝั่งประดับด้วยพระขรรค์ศัสตราวุธในสมัยโบราณแทน นโยบายการปกครอง 6 ประการ 

  • ด้านบนมีพานสีทองคือพานรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศสูง 3 เมตร หมายถึงเดือนมิถุนายนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและ 3 อำนาจอธิปไตย 

  • ตรงลานมีปีกขนาดใหญ่ 4 ปีกแทนความรุ่งเรือง สูง 24 เมตรหมายถึงวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 

  • ภาพนูนต่ำที่สลักบริเวณปีกเล่าเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของคณะราษฎร

  • ปืนใหญ่ฝังลงดิน 75 กระบอก คือปีของการเปลี่ยนแปลง พ.ศ.2475 ล้อมรอบด้วยโซ่ที่แสดงถึงความสามัคคีของคณะปฏิวัติ


ช่วงเวลาแนะนำในการเยี่ยมชม: ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ควรเลือกเวลาที่แดดร่มลมตก เพื่อชมความสวยงามของอนุสาวรีย์ตัดกับสีท้องฟ้ายามเย็นในแต่ละวัน หากเวลาล่วงเลยไปช่วงค่ำจะเห็นบรรยากาศของแสงไฟที่ประดับประดาให้ทัศนียภาพในอีกรูปแบบ นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะมาตั้งกล้องถ่ายรูปแบบ speed shutter ต่ำ เพราะที่นี่เหมาะมากในการเก็บภาพสวยๆ ให้มีเส้นแสงไฟวิ่ง ล้อมรอบอนุสาวรีย์จากการสัญจรไปมาของรถบนถนนแห่งนี้

2.ป้อมพระสุเมร

ป้อมพระสุเมร ป้อมปราการที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นอยู่ในสวนสันติชัยปราการบนถนนพระอาทิตย์ของเกาะรัตนโกสินทร์ ทิ้งบรรยากาศความคลาสสิคสไตล์เมืองเก่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ที่ในอดีตมีพระราชดำรัสจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชให้ก่อสร้างป้อมปราการป้องกันข้าศึกรุกรานจำนวน 14 แห่ง ป้อมพระสุเมรคือหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันหลังจากการปรับปรุงพื้นที่ไปทำประโยชน์ใช้สอยด้านอื่นๆ ภายในตัวป้อมปราการ เป็นที่เก็บรักษาอาวุทยุธโธปกรณ์ ที่สำหรับตั้งปืนใหญ่ เก็บกระสุนดินดำเพื่อต่อสู้ข้าศึก ต่อมากรมศิลปากรได้เข้าไปทำการบูรณะเพื่อคงสภาพโครงสร้างให้แข็งแรงจากเดิมที่เป็นไม้ทาดินแดงมาเป็นการก่ออิฐ ตัวป้อมยังคงถูกรักษาให้คงความสวยงามเหมือนในอดีต รวมทั้งมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นสวนสาธารณะ การปลูกแมกไม้นานาพันธุ์สร้างความร่มรื่นเพื่อรองรับการพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนในท้องถิ่นและผู้มาเยี่ยมเยือนโดยไม่เสียค่าบริการ


ช่วงเวลาแนะนำในการเยี่ยมชม: ป้อมพระสุเมรเปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 3 ทุ่ม ในช่วงเช้าจะมีคนพื้นที่ไปออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนหากใครอยากได้ภาพสวยๆควรเลือกเวลาช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปเพื่อรับแสงที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดสำหรับภาพแห่งความทรงจำของคุณ


3.เสาชิงช้า
เสาชิงช้า อีกหนึ่งแลนมาร์คระดับโลกที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะความโดดเด่นสูงสง่าอยู่ใจกลางพระนครแห่งนี้ ที่ใครเห็นเป็นต้องสะดุดตา เสาชิงช้าคือสถานที่สำคัญที่รับเอาสถาปัตยกรรมจากศาสนาพราหมณ์ฮินดู ในอีกมุมหนึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างความหลากหลายทางศาสนาในประเทศไทย ตามความเชื่อในอดีต ที่นี่คือสะดือเมือง(ศูนย์กลางเมืองหลวง)โดยการวัดจากกำแพงเมืองจนถึงป้อมมหากาฬ จึงได้มีการโปรดสร้างเสาชิงช้าในสมัยรัชกาลที่ 1 ต้นยุคราชวงศ์จักรี โดยการก่อสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกสำรวจหาไม้สักทองหรือไม้ตะเคียนที่เหมาะสมเพื่อนำมาบวงสรวง ชิงช้าคู่ปัจจุบันถือเป็นคู่ที่ 4 นับตั้งแต่ก่อสร้าง ผ่านการบูรณะซ่อมแซมและเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่องใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย (พิธีโล้ชิงช้า)ในวันขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์-ฮินดู เปรียบเสมือนการต้อนรับเสด็จขององค์เทพที่ลงมาเยี่ยมโลกและทดสอบความมั่นคงแข็งแรง ในพิธีจะมีการแขวนชิงช้า ขึ้นโล้ทีละ 4 คน จำนวน 3 ครั้ง เพื่อชิงรางวัลที่แขวนไว้ไม่ห่างจากตัวชิงช้า เกิดเป็นประเพณีที่เน้นทั้งความศักดิ์สิทธิ์และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม เพราะมีผู้เข้าร่วมได้ตกลงมาเสียชีวิตหลายต่อหลายคน การโล้ชิงช้าจึงได้ถูกยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 7 และสถานที่แห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในเวลาต่อมา

ช่วงเวลาแนะนำในการเยี่ยมชม: สามารถเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เช้าเพื่อถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกและเดินทอดน่องลัดเลาะไปหาของอร่อยๆทานในร้านดังของย่านนี้ หรือจะเป็นวิวช่วงพลบค่ำที่เน้นอวดความมีเอกลักษณ์ของโบราณสถานแห่งนี้ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน


สรุป

เป็นยังไงบ้างคะ กรุงเทพของเราสวยงามและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้เมืองเก่าอื่นๆทั่วโลก และไม่ได้มีดีแค่ความบันเทิงเท่านั้น สำหรับใครที่หลงใหลความมีที่มาที่ไปของสถานที่ท่องเที่ยวก็สามารถจัดเดย์ทริปรอบเกาะรัตนโกสินทร์ง่ายๆในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายในการเดินทาง หรือเงินถุงเงินถังเพื่อค้นหาความสุข แถมยังได้สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในประเทศเราได้อีกด้วย


เขินอ่ะ

อะไรก็ไม่รู้

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist doodle วาดภาพ

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Thitipon ID 55957

  • อันดับ
    Level.1
  • เครดิต
    248
  • เครดิต
    248
  • เงินยูโร
    1148000
  • จิตพิสัย
    41000
  • ทอง
    480
TOP